Spread the love

BOS Decision List ข้อกำหนด FSSC22000 ที่คุณอาจไม่เคยรู้

BOS Decision List, FSSC

หลายท่านที่เตรียมตัวจะอัพเกรดมาตรฐาน FSSC22000 ไปสู่ Version 5 ท่านอาจได้รับการอบรมจากหน่วยงานต่างๆ หรือที่ปรึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จากการตรวจสอบของเราทีมงาน Thai Food Standard เราพบว่าบางองค์กรยังไม่รู้จัก BOS Decision List (BOS มาจากคำเต็มว่า Board of Stakeholders) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นข้อกำหนดอีกส่วนที่จะต้องนำไปประยุกต์ใช้ก็ได้ครับ ซึ่งบางส่วนเป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติครับ ซึ่งผมมักเรียกว่า “BOS Decision List ข้อกำหนด FSSC22000 ที่คุณอาจไม่เคยรู้” โดยสำหรับในวันนี้เราจะเลือกมาเฉพาะบางส่วนที่เป็นข้อกำหนดบังคับนะครับ (อักษรสีดำส่วนใหญ่เป็นคำแปลนะครับ ส่วนอักษรสีเขียวเป็นคำอธิบายของทีมงานเราครับ)

BOS Decision List ลำดับที่ 3
(ข้อนี้มีผลบังคับใช้ทันทีใน Version 5 เนื่องจากเพิ่มมาตั้งแต่ Version 4.1 แล้ว)

องค์กรที่อยู่ในหมวด C (ผู้ผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์, ผู้ผลิตอาหารจากพืช), D (ผู้ผลิตอาหารสัตว์), I (ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์), G (ผู้ให้บริการขนส่ง และจัดเก็บ) และ K (ผู้ผลิตอาหารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชีว-เคมี) ต้องกำหนดมาตรการเพิ่มเติมจากข้อกำหนด ISO22000:2018 ข้อที่ 7.1.6 ว่าด้วยเรื่องการจัดซื้อกรณีฉุกเฉินเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่จัดซื้อมีความสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ระบุ และเพื่อมั่นใจว่าผู้ขายเหล่านั้นได้รับการประเมินผลงานด้วย

ตัวอย่างเช่น ปกติซื้อน้ำตาลทรายจากโรงงาน A แต่ปรากฏว่าโรงงาน A เกิดปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถผลิต หรือส่งมอบได้ ในกรณีนี้เราจะต้องไปหาซื้อน้ำตาลทรายจากโรงงานอื่นแทน แต่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้ขายตามปกติอาจใช้เวลานาน/ไม่ทันเวลา ตัว BOS Decision List จึงมีแนวคิดให้เพิ่มมาตรการเพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวครับ 

ตัวอย่างมาตรการเพื่อรองรับการจัดซื้อฉุกเฉิน เช่น การสุ่มตรวจสอบรับเข้าที่มากขึ้น (ปกติสุ่มตรวจวัตถุดิบ 5% ถ้าเป็นกรณีซื้อฉุกเฉินอาจสุ่มตรวจวัตถุดิบเป็น 20%), การขอผลวิเคราะห์สารปนเปื้อน, การเลือกผู้ขายที่มีการรับรองมาตรฐานสากล, การไปตรวจประเมินสถานประกอบการของผู้ขาย เป็นต้นครับ 

 

BOS Decision List ลำดับที่ 4
(ข้อนี้มีผลบังคับทันทีใน Version 5 เนื่องจากเพิ่มมาตั้งแต่ Version 4.1 แล้ว)
องค์กรที่อยู่ในหมวด I (ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์) ต้องระบุข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมสำหรับข้อกำหนด ISO22000:2018 ข้อที่ 8.5.1.3 (เรื่องคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์สุดท้าย) ในกรณีที่บรรจุภัณฑ์นั้นมีส่วน หรือช่วยทำหน้าที่บางอย่างที่ส่งผลต่ออาหาร อาทิ ช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารได้

สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ (และวัสดุในกลุ่มเดียวกัน) ที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นมีคุณสมบัติที่ส่งผลต่ออาหาร เช่น ช่วยทำให้อาหารเก็บได้นานมากขึ้น เวลาเขียนเอกสารคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามข้อหนด ISO22000:2018 ข้อที่ 8.5.1.3 ต้องระบุรายละเอียดที่ชัดเจนถึงคุณสมบัติดังกล่าวด้วยนะครับ เช่น ประเภทของวัสดุ (Barrier) หรือความสามารถของการยืดอายุ เป็นต้นครับ

 

BOS Decision List ลำดับที่ 5
(ข้อนี้มีผลบังคับทันทีใน Version 5 เนื่องจากเพิ่มมาตั้งแต่ Version 4.1 แล้ว)
องค์กรที่อยู่ในหมวด C1 (ผู้ผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์) ต้องระบุข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมสำหรับ:

  • เพิ่มเติมสำหรับข้อกำหนด ISO/TS22002-1 ข้อ 9.2 (เรื่องการคัดเลือก และจัดการผู้ขาย) โดยเพิ่มเกี่ยวกับมาตรการการจัดซื้อสัตว์, ปลา และอาหารทะเล ซึ่งมาตรการจะต้องกล่าวถึงการควบคุมสารต้องห้ามต่างๆที่อาจติดมากับวัตถุดิบเหล่านั้น เช่น สารปฏิชีวนะ, สารโลหะหนัก หรือสารกำจัดแมลง
    ตัวอย่างเช่น การกำหนดมาตรฐานวัตถุดิบ (Raw material specification) สำหรับเนื้อสัตว์, ปลา หรืออาหารทะเล จะต้องพิจารณาเรื่องสารปฏิชีวนะ, สารโลหะหนัก หรือสารกำจัดแมลงร่วมด้วยครับ และเมื่อมีการคัดเลือกผู้ขาย หรือตกลงซื้อขายก็ให้เรายื่นมาตรฐานวัตถุดิบไปด้วยเพื่อขอรับผลการทดสอบวิเคราะห์มาพิจารณาครับ ทีนี้ มักจะมีคำถามว่าแล้วจะไปเอามาตรฐานที่ไหนมาอ้างอิงล่ะ วันนี้เรามีคำแนะนำเบื้องต้นให้นะครับ มาตรฐานอ้างอิงที่อาจนำมาใช้ได้เป็นพื้นฐาน ได้แก่
    ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 98 เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้เลยครับ)
    ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 303 เรื่องอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้เลยครับ)
    ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 387 เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง (คลิกเพื่อดาวน์โหลดได้เลยครับ)
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์ (ทางเคมี) ทั้งในประเทศ และส่งออก, กรมประมง (คลิกเพื่อเข้าไปหน้าเว็บได้เลยครับ)
  • เพิ่มเติมสำหรับข้อกำหนด ISO/TS22002-1 ข้อ 10.1 (เรื่องมาตรการป้องกันการปนเปื้อนข้าม) โดยเพิ่มเกี่ยวกับมาตรการการตรวจสอบที่ลานพักสัตว์สำหรับโรงเชือด บางทีเรียกว่า Lairage (ซึ่งในที่นี่อาจเปรียบได้กับการตรวจรับเบื้องต้น หากเป็นสัตว์มีชีวิตอาจเรียกว่า Ante-morter inspection ส่วนหากเป็นสัตว์ที่ตายแล้วอาจหมายถึงการตรวจรับเข้าวัตถุดิบนั่นเอง) และ/หรือการตรวจสอบคุณภาพซากหลังชำแหละที่กระบวนการล้วงเครื่องในสัตว์ เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เหล่านั้นมีคุณภาพเหมาะต่อการบริโภคได้
    สำหรับข้อกำหนดนี้ ในประเทศไทยถ้าเป็นโรงงานผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์บกเพื่อส่งออก (เช่น ไก่, เป็ด) จะมีการกำหนดมาตรการโดยกรมปศุสัตว์อยู่แล้ว ก็คือการตรวจสัตว์ก่อนฆ่า (Ante-mortem inspection) และการตรวจสัตว์หลังฆ่า (Post-mortem inspection) โดยจะต้องบันทึกผลตามที่่สัตวแพทย์ประจำโรงงานแนะนำ (ส่วนใหญ่บันทึกลงรายงานสพส.ต่างๆ) ก็ให้อ้างอิงมาตรการมายังระบบนี้ได้เลยครับ  
    แต่หากเป็นบางโรงงาน เช่น โรงงานที่ซื้อปลา, กุ้งมาเป็นส่วนประกอบเล็กน้อย อาจต้องเพิ่มเติมมาตรการในขั้นตอนการตรวจสอบรับเข้าวัตถุดิบเพื่อตรวจคุณภาพซากก่อนรับเข้า โดยการตรวจสอบอาจเป็นการตรวจอุณหภูมิ หรือลักษณะปรากฎเบื้องต้น ตลอดจนถึงการตรวจเฉพาะทาง เช่น การตรวจสารฮีสตามีนในกลุ่มปลาทูน่า เป็นต้นครับ 

 

  • เพิ่มเติมสำหรับข้อกำหนด ISO/TS22002-1 ข้อ 16.2 (เรื่องข้อกำหนดสำหรับคลังสินค้า) โดยเพิ่มเกี่ยวกับมาตรการเกี่ยวกับการดูแลรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม และระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการจัดเก็บซากสัตว์เหล่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นการจัดเก็บในสภาวะแช่เย็น หรือแช่แข็งตามแต่กระบวนการของบริษัท
    ในข้อกำหนดคลังสินค้าจะต้องระบุอย่างชัดเจนถึงอุณหภูมิ และเวลาที่ต้องควบคุม เช่น ต้องควบคุมอุณหภูมิที่ระดับใด (โดยปกติสินค้าแช่เย็นจะควบคุมระดับอุณหภูมิห้องจัดเก็บที่ไม่สูงเกิน 4 องศาเซลเซียส และสินค้าแช่แข็งไม่สูงเกิน -18 องศาเซลเซียส) ทั้งนี้ในบางกลุ่มสินค้า เช่นสินค้าแช่เย็น การควบคุมอุณหภูมิอย่างเดียวไม่พอนะครับ ต้องคุมเวลาด้วย ขอยกตัวอย่างเช่นโรงงานทำไก่ทอด เวลาซื้อเนื้อไก่ดิบมาจัดเก็บไว้เป็นวัตถุดิบ จะต้องกำหนดว่าต้องนำไปใช้ภายในกี่วัน เพื่อป้องกันการเน่าเสียของเนื้อครับ 

 

BOS Decision List ลำดับที่ 6
(ข้อนี้มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไป)
องค์กรที่อยู่ในหมวด G (ผู้ให้บริการขนส่ง และจัดเก็บ) ต้องประยุกต์ใช้ PRPs ตามข้อกำหนด ISO/TS22002-5:2019 แทนเอกสาร PRPs เดิม (ฉบับเดิมคือ NEN/NTA8059:2016)

เนื่องจากข้อกำหนด ISO/TS22002-5 ได้ถูกตีพิมพ์ออกมาในปี 2019 ครับ จึงต้องนำมาประยุกต์ใช้แทนฉบับเดิมที่อ้างอิงครับ ไว้มีโอกาสเราจะได้นำมาเผยแพร่กันนะครับ หากมีท่านไหนสนใจก็สามารถฝากคำถามไว้ได้ก่อนนะครับ 

 

 

BOS Decision List ลำดับที่ 10
(ข้อนี้มีผลบังคับทันที)
สำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ (หมวด I) ที่ประยุกต์ใช้ PRPs ตามข้อกำหนด ISO/TS22002-4:2013 นั้น หากพบในข้อกำหนด 4.13.2 ที่ระบุคำว่า “Should (ควร)” ให้พิจารณาใช้คำว่า “Shall (ต้อง)” แทน โดยในข้อกำหนดดังกล่าวได้นั้นได้ระบุใจความไว้ว่า “Specified stock rotation systems should be implemented” ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนเป็น “Specified stock rotation systems shall be implemented”

ในความหมายของใจความ “Specified stock rotation systems shall be implemented” การจัดเก็บ, เบิกจ่ายของในคลังจะต้องมีระบบการหมุนเวียนที่เหมาะสมนั่นเองครับ บางท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า FIFO (First-In First-Out) หรือที่เรียกว่ามาก่อนไปก่อน อธิบายง่ายก็คือของไหนรับเข้ามาก่อน ก็จ่ายออกไปก่อนตามลำดับ แต่ยุคนี้มีอีกคำนึงครับคือ FEFO (First-Expired First-Out) หรือของไหนหมดอายุก่อน ให้รีบจ่ายออกไปก่อน ทำนองนี้นั่นเองครับ 

 

BOS Decision List ลำดับที่ 11
(ข้อนี้มีผลบังคับใช้ 1 มิถุนายน 2020 เป็นต้นไป)
มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับประเด็นความไม่สอดคล้องระดับ Minor Nonconformity (ความไม่สอดคล้องระดับรุนแรงน้อย) ครับ โดยปกติความไม่สอดคล้องระดับนี้ได้แก่ปัญหาเล็กๆน้อยๆที่ไม่กระทบกับภาพใหญ่ของระบบ เดิมทีจะให้เวลาในการแก้ไขมากถึง 90 วัน แต่ตอนนี้ลดลงครับ เหลือแค่เพียง 28 วันเท่านั้นนับจากวันตรวจวันสุดท้าย หากเกินเวลาแล้วไม่แก้ไข ใบรับรองจะถูกพักใช้เช่นกันครับ

อธิบายง่ายๆก็คือสำหรับ FSSC22000 นั้น ทาง BOS ได้มีมติให้ปรับกรอบเวลาการแก้ไขสำหรับความไม่สอดคล้องระดับรุนแรงน้อย (Minor Nonconformity) จากเดิมกรอบเวลา 90 วัน เป็น 28 วันเท่านั้นครับ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2020 เป็นต้นไปนะครับ เอ๊าพวกเรารีบตรวจกันก่อนวันที่ 1 มิถุนายนดีกว่าเนอะ

 

หมดแล้วครับ นี่คือส่วนของ BOS Decision List ที่ผมคัดมาบางส่วนครับ (เฉพาะข้อบังคับที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการ) โดยหากสนใจอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มภาษาอังกฤษ สามารถคลิกไปโหลดได้ที่นี่เลยครับ >>> https://www.fssc22000.com/wp-content/uploads/2020/03/20.0320-BoS-list.pdf

และอย่าลืมว่าปีนี้ (2020) FSSC22000 มีการปรับเปลี่ยน Version นะครับ ดูกำหนดการ และกรอบเวลาได้ที่นี่ครับ
ต้องอัพเกรดเมื่อไร? ISO22000 Version 2018 และ FSSC22000 Version 5

หากมีคำถามก็สามารถฝากไว้ได้นะครับ เรายินดีตอบทุกคำถามนะครับ

ถ้าชอบบทความของเรา อย่าลืมแชร์ หรือบอกต่อเพื่อนๆเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานนะครับ

 

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ โดยผู้เขียน ลิขสิทธิ์ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.thaifoodstandard.com
1 พฤษภาคม 2020

Copyright (c) 2020 Text and Pictures
Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited.
First publish in www.thaifoodstandard.com
May 1st, 2020