Spread the love

มีอะไรใหม่บ้างในข้อกำหนด FSSC22000 Version 5
(What’s new in FSSC22000 Version 5)

มาตรฐาน FSSC22000 คืออะไร

มาตรฐาน FSSC22000 (Food Safety System Certification) เป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นให้เกิดความปลอดภัยทางอาหาร (Food safety) โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตลอดห่วงโซ่อาหาร เริ่มตั้งแต่ระดับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์, โรงงานผลิตอาหาร, โรงงานบรรจุภัณฑ์, บริการรับฝาก/ขนส่งสินค้า, ห้างสรรพสินค้าไปจนถึง ร้านอาหาร

ตัวมาตรฐาน FSSC22000 ได้รับการยอมรับจากองค์กร GFSI (The Global Food Safety Initiative) ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นในปี 2020 โดย Consumer Goods Forum (CGF) ปัจจุบันคณะทำงานของ GFSI ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มค้าปลีก และผู้ผลิตต่างๆมากมาย ตลอดจนถึงหน่วยงานภาครัฐ

หน่วยงาน GFSI มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยได้ดำเนินการเปรียบเทียบ (Benchmarking) และประสานรวม (Harmonisation) เพื่อให้เกิดการเป็นหนึ่งเดียวของระบบมาตรฐานตามหลักการที่เรียกว่า “หนึ่งการรับรอง ยอมรับโดยทั่วกัน /Once Certificated, Recognised everywhere” ซึ่งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตรวจประเมิน/การรับรองระบบมาตรฐานของผู้ประกอบการได้

มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจาก GFSI ถือว่าเป็นมาตรฐานที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับของคู่ค้าในนานาประเทศ ตัวอย่างของมาตรฐานที่ GFSI ยอมรับได้แก่ FSSC22000, BRC, IFS, SQF เป็นต้น (ตรวจสอบรายการมาตรฐานที่ GFSI ยอมรับได้จากที่นี่ >> https://mygfsi.com/how-to-implement/recognition)

 

รู้จักกับองค์ประกอบของมาตรฐาน และข้อกำหนด FSSC22000

มาตรฐาน FSSC22000 อาจเป็นมาตรฐานที่มีความแตกต่างจากระบบมาตรฐานอื่นๆ เนื่องข้อกำหนดของ FSSC22000 มีส่วนประกอบด้วยกันถึง 3 ส่วน ได้แก่ข้อกำหนด ISO22000, ข้อกำหนดโปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) และข้อกำหนด FSSC (Addtional requirements) ซึ่งข้อกำหนดโปรแกรมพื้นฐาน (PRPs) และข้อกำหนด FSSC นั้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทธุรกิจ
FSSC22000 requirement component PRP Additional requirement ISO/TS 22002

เนื่องจากมาตรฐาน FSSC22000 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายธุรกิจครับ ดังนั้นข้อกำหนดจึงต้องมีความยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทของธุรกิจ ดังนั้นตัวมาตรฐาน FSSC22000 จึงมีการปรับองค์ประกอบในกลุ่ม “ข้อกำหนดโปรแกรมพื้นฐาน (PRPs)” ให้เหมาะสมตามประเภทธุรกิจครับ โดยทาง FSSC22000 ได้แบ่งประเภทธุรกิจ และโปรแกรมพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติตามตารางด้านล่างนี้ครับ เพื่อนๆลองเลือกดูนะครับว่าธุรกิจของเราต้องใช้ PRPs ตัวไหน

หมวด ประเภทธุรกิจ ตัวอย่างประเภทธุรกิจ / ผลิตภัณฑ์ โปรแกรมพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติ
A1 ฟาร์มปศุสัตว์เพื่อบริโภคเนื้อ, นม, ไข่ หรือน้ำผึ้ง ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ, ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่, ฟาร์มโคนม ISO/TS22002-3:2011
A2 ฟาร์มสัตว์น้ำ, อาหารทะเล ฟาร์มสัตวฺ์น้ำเพื่อการบริโภค เช่นปลา, กุ้ง, หอย เป็นต้น ISO/TS22002-3:2011
C1 ผู้ผลิตอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ โรงเชือดสัตว์ (ไก่, เป็ด, สุกร), โรงงานกุ้งแช่เยือกแข็ง ISO/TS22002-1:2009
C2 ผู้ผลิตอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืช โรงงานทำน้ำผลไม้, โรงงานคัด/ตัดแต่งผักผลไม้ (ที่ต้องจัดเก็บสินค้าในห้องเย็น) ISO/TS22002-1:2009
C3 ผู้ผลิตอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และพืช
(ผสมกัน)
โรงงานทำพิซซ่า, โรงงานทำแซนด์วิช, โรงงานทำข้าวกล่องแช่เย็นพร้อมบริโภค ISO/TS22002-1:2009
C4 ผู้ผลิตอาหารที่จัดเก็บได้ในอุณหภูมิปกติ โรงงานอาหารกระป๋อง, บิสกิต, Snack, น้ำดื่ม, แป้ง, น้ำตาล, มาการีน, เส้นก๋วยเตี๋ยวแห้ง, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ISO/TS22002-1:2009
D1 ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ เช่น อาหารไก่, อาหารสุกร, อาหารโค/กระบือ ISO/TS22002-6:2016
D2a ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง (เฉพาะสุนัข และแมว) ผู้ผลิตอาหารสุนัข, แมวทั้งแบบแห้ง (เช่นอาหารเม็ด), อาหารเปียก (เช่นแบบซอง) หรือขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง (Treat) ISO/TS22002-1:2009
D2b ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอื่นๆทั้งแบบแห้ง (เช่นอาหารเม็ด), อาหารเปียก (เช่นแบบซอง) หรือขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง (Treat) ISO/TS22002-6:2016
E1 ครัวผลิตอาหาร ร้านอาหาร, ภัตตาคาร, ครัวโรงแรม, ร้านกาแฟ, Food truck ISO/TS22002-2:2013
F1 ค้าปลีก และค้าส่ง Supermarket/Hypermarket (เช่น Lotus, BigC, Tops), ร้านสะดวกซื้อ (เช่น Family marts, 7-eleven), ร้านค้าส่ง (เช่น Makro) BSI/PAS 221:2013
G1 ผู้ให้บริการขนส่ง, จัดเก็บสินค้าที่ต้องแช่เย็น หรือแช่เยือกแข็ง บริการห้องเย็นรับฝากสินค้า, บริการขนส่งสินค้าแช่เย็น/แช่เยือกแข็ง (รวมถึงกิจกรรมรับแบ่งบรรจุ, แช่เยือกแข็ง และทำละลาย/Thawing ด้วย) ISO/TS22002-5:2019
G2 ผู้ให้บริการขนส่ง, จัดเก็บสินค้าที่เก็บอุณหภูมิปกติ บริการคลังสินค้ารับฝาก, บริการขนส่งสินค้า (รวมถึงกิจกรรมการแบ่งบรรจุ) สำหรับสินค้าที่ไม่ต้องแช่เย็น, แช่เยือกแข็ง ISO/TS22002-5:2019
I ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร และวัสดุบรรจุ โรงงานผลิตขวดแก้ว, ขวดพลาสติก, กระป๋อง, ฝา, เทปปิด, ฉลากสินค้า(ฉลากที่สัมผัสอาหารโดยตรง) สำหรับอาหาร และอาหารสัตว์ ISO/TS 22002-4:2013
K ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการชีวเคมี ผู้ผลิตวิตามิน, ผู้ผลิตวัตถุเจือปนอาหาร (Food additive), ผู้ผลิตเอนไซม์, ผู้ผลิตสารแต่งกลิ่นรส, ผู้ผลิต Gas (อาทิ ไนโตรเจน) ISO/TS22002-1:2009

 

ยกตัวอย่างเช่น

PRP FSSC22000 Category C4 I เลือก โปรแกรมพื้นฐาน

หากเป็นโรงงานผลิตปลากระป๋อง ต้องเลือกใช้ PRPs ที่ชื่อว่า ISO/TS22002-1:2009 ครับ ดังนั้นเมื่อจะต้องจัดทำระบบ FSSC22000 โรงงานปลากระป๋องนี้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด 3 ส่วนคือ
– ISO22000:2018
– โปรแกรมพื้นฐาน PRPs ซึ่งของโรงงานปลากระป๋องอยู่หมวด C4 ต้องใช้ ISO/TS22002-1:2009
– FSSC Requirements (หรือ Addtional Requirements)

เป็นมาตรฐานที่ดูแปลกมากเลยใช้ไหมครับ ต้องมีถึง 3 องค์ประกอบทีเดียว

 

แล้วมีอะไรใหม่บ้างใน FSSC22000 Version 5

เท้าความมายาวมากเลยเกี่ยวกับ FSSC22000 (Food Safety System Certification) ก็มีเข้าเรื่องของเรากันในหัวข้อนี้ซะทีนะครับว่าใน FSSC22000 Version 5 นี้มีอะไรมาใหม่บ้าง เพื่อที่เราจะต้องไปเตรียมตัวกันก่อนการตรวจประเมิน ผมขออนุญาตสรุปด้วยแผนภาพแบบง่ายๆนะครับ ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้างWhat new in FSSC Version 5 ใหม่ ข้อกำหนด มาตรฐาน เปลี่ยน

สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับ FSSC22000 Version 5 ขออนุญาตอธิบายโดยย่อดังนี้ครับ

1.ข้อกำหนด ISO22000 เปลี่ยนจากฉบับปี 2005 (ISO22000:2005) เป็นฉบับปี 2018 (ISO22000:2018)

จุดนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ FSSC22000 Version 5 เลยก็ว่าได้ครับ โดยได้มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO22000 จากเดิมฉบับปี 2005 เป็นฉบับล่าสุดคือปี 2018 ซึ่งโครงสร้างของมาตรฐาน ISO22000:2018 ก็เปลี่ยนใหม่ครับตามโครงสร้างแบบใหม่ที่เรียกว่า HLS หรือ High Level Structure (ตรงนี้ไม่ต้องจำก็ได้ครับ) แต่มาตรฐานตระกูล ISO ยุคใหม่ๆก็มีโครงสร้างแบบเดียวกันนี้ครับ เช่น ISO9001 เป็นต้น สิ่งที่เปลียนไปสำหรับมาตรฐาน ISO22000:2018 เมื่อเทียบกับฉบับก่อนหน้า (สรุปโดยย่อ) คือ
– เปลี่ยนโครงสร้างใหม่ จัดเรียงข้อกำหนดใหม่เป็น 10 หมวดข้อกำหนด
– เพิ่มการพิจารณาบริบทขององค์กร (Context of organization)
– เพิ่มการพิจารณาผู้มีส่วนร่วม (Interested parties) และความคาดหวังของผู้มีส่วนร่วม
– เพิ่มการพิจารณาขอบข่ายการประยุกต์ใช้ระบบ (Scope)
– ปรับมุมมองการมีส่วนร่วมของส่วนบริหาร (มีบทบาทมากขึ้น)
– ปรับเรื่องนโยบายต้องพร้อมแสดงต่อผู้มีส่วนร่วมอื่นๆนอกจากพนักงานของบริษัท
– เพิ่มการพิจารณาความเสี่ยง และโอกาสในด้านความปลอดภัยอาหาร
– ปรับมุมมองเรื่องวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยอาหารต้องมีทุกส่วนงานที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร
– ปรับเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นว่า Version ก่อนหน้า
– ปรับเรื่องสภาพแวดล้อมที่มีผลชัดเจนมากขึ้น เช่น พิจารณาสภาพแวดล้อมด้านความเครียด, ความอ่อนล้าร่วมด้วย
– เอกสารคุณลักษณะวัตถุดิบ เพิ่มมุมมองเรื่องแหล่งของวัตถุดิบ เช่น ทำจากพืช, สัตว์
– การวิเคราะห์อันตรายเพิ่มการพิจารณาอันตรายอีก 2 เรื่องได้แก่ สารรังสี (Radiological) และส่วนประกอบที่ทำให้เกิดการแพ้ (Allergen)
– ปรับวาระการประชุมทบทวนฝ่ายบริหารใหม่ให้ครอบคลุมเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น
หากเพื่อนๆสนใจเนื้อหาของ ISO22000:2018 แจ้งผ่านช่อง Comment ด้านล่างบทความนะครับ เรายินดีนะมาเล่าสู่กันฟังครับ

 

2.ปรับข้อกำหนด FSSC หรือข้อกำหนดเพิ่มเติม (Additional requirements)

ส่วนของข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับ FSSC22000 Version 5 จะเรียกว่าใหม่ซะทีเดียวก็อาจจะไม่ใช่ครับ เพราะว่าเป็นการปรับเนื้อหาคำพูดใจความให้ชัดเจน และกระชับมากขึ้นครับ เราลองมาดูหัวข้อกันนะครับว่ามีหัวข้ออะไรบ้างสำหรับ FSSC Additional Requirements นี้ (แอบกระซิบว่าบางโรงงานไม่ต้องทำทุกหัวข้อด้วยนะครับ)
1. การจัดการงานบริการที่ว่าจ้างจากภายนอก
2. ฉลากผลิตภัณฑ์
3. มาตรการรักษาความปลอดภัยทางอาหาร (Food defense)
4. มาตรการลดความเสี่ยงจากการปลอมปน, เจือปน (Food fraud mitigation)
5. การใช้เครื่องหมายของ FSSC
6. การจัดการส่วนประกอบที่ทำให้เกิดการแพ้ (Allergen) (เฉพาะธุรกิจหมวด C, E, F1, G, I และ K)
7. การเฝ้าติดตามสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ (เฉพาะธุรกิจหมวด C, I และ K)
8. สูตรของผลิตภัณฑ์ (เฉพาะธุรกิจหมวด D คือกลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์)
9. การควบคุมการจัดเก็บ และการขนส่ง (เฉพาะธุรกิจหมวด F1)

ถ้าท่านเคยอ่านข้อกำหนด FSSC22000 Version 4.1 จะรู้สึกเลยว่าเนื้อหาคล้ายๆของเก่าครับ แต่ก็จะมีการปรับให้เกิดความชัดเจนขึ้นเล็กน้อยครับ เช่น ในข้อ 4.เรื่องมาตรการลดความเสี่ยงจากการปลอมปน, เจือปน มีประโยคหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “The organization shall have a documented food fraud mitigation plan specifying the mitigation measures covering the processes and products within the FSMS scope of the organization.”  ส่วนที่ผมขีดเส้นใต้ไว้ คือส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปชัดเจนมากขึ้นครับ นั่นหมายถึงข้อกำหนดให้เราระมัดระวังการปลอมปน/เจือปนที่อาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ทั้งจากวัตถุดิบ และในกระบวนการผลิตของเราเองด้วย เป็นต้นครับ

 

3.ปรับวิธีดำเนินการกับความไม่สอดคล้อง (Nonconformity)

NC FSSC22000 Version 5 Major Minor Critical วิกฤติ รุนแรง มาก น้อย ปัญหา ไม่สอดคล้อง
การแบ่งระดับของความไม่สอดคล้อง (Nonconformity) หรือจะเรียกว่า NC หรือจะเรียกง่ายกว่านั้นก็คือปัญหาจากการตรวจประเมินของหน่วยตรวจรับรอง (CB) นั้น สำหรับใน Version 5 ยังแบ่งเป็น 3 ระดับเช่นเดิมครับ คือ ความไม่สอดคล้องระดับวิกฤติ (Critical), ความไม่สอดคล้องระดับรุนแรงมาก (Major) และความไม่สอดคล้องระดับรุนแรงน้อย (Minor) ซึ่งนิยามก็ยังเช่นเดิมครับ แต่ส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปใน Version 5 ก็คือกรอบการดำเนินการกับความไม่สอดคล้องครับ ซึ่งผมได้สรุปออกมาเป็นแผนภาพให้แล้วตามภาพด้านล่างนี้เลย

NC FSSC22000 Version 5 Major Minor Critical วิกฤติ รุนแรง มาก น้อย ปัญหา ไม่สอดคล้อง NC CAR

จากภาพด้านบนจะเห็นส่วน การดำเนินการกับความไม่สอดคล้องใน FSSC22000 Version 5 มีการปรับความเข้มข้นมากขึ้น ทั้งเรื่องกรอบเวลา และการตอบนะครับ รวมถึงอาจมีผลต่อการพักใช้ (Suspend) หรือเพิกถอน (Withdraw) สถานะของการรับรองได้เลยทีเดียวครับ ดังนั้นต้องระวัดระวังมากๆครับ อย่าลืมนะครับว่ากรอบเวลาของความไม่สอดคล้องในระดับ Minor กำลังจะเปลี่ยนเป็น 28 วันเช่นกันนะครับ ตามกติการของ Bos Decision list (อ่านเรื่อง Bos Decision List ข้อกำหนด FSSC22000 ที่คุณอาจไม่เคยรู้ คลิกเลยครับ)BOS Decision List ข้อกำหนด FSSC22000 ที่คุณอาจไม่เคยรู้

และนี่คือทั้งหมดของภาพใหญ่ๆที่มีการเปลี่ยนแปลงของ FSSC22000 Version 5 ครับ สำหรับรายละเอียดหากสนใจ สามารถฝากข้อความไว้ได้นะครับ เรามีทีมงานที่คอยให้การช่วยเหลือ และตอบคำถาม หรืออาจจะเขียนบทความมาเพิ่มเติมให้เพื่อนๆกันครับ  และที่สำคัญอย่าลืมเรื่องกรอบเวลาในการปรับ Version นะครับ คลิกไปอ่านบทความเรื่องกรอบเวลาได้ที่นี่เลยครับ >> ต้องอัพเกรดเมื่อไร? ISO22000 Version 2018 และ FSSC22000 Version 5

หากถูกใจบทความของเรา อย่าลืมนำไปแบ่งปันกันได้นะครับ และส่ง Comment เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ

 

สงวนลิขสิทธิ์ ทั้งบทความ โดยผู้เขียน ลิขสิทธิ์ภาพประกอบเป็นผลงานของผู้เขียน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เผยแพร่ครั้งแรกใน www.thaifoodstandard.com
3 พฤษภาคม 2020

Copyright (c) 2020 Text and Pictures
Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited.
First publish in www.thaifoodstandard.com
May 3rd, 2020